สถิติเวบไซต์
วิธีการซักพรมและข้อดีข้อเสีย
 

ซักพรม


เมื่อคุณต้องการซักพรม ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเกิดการสับสนเนื่องจากมีผู้ให้บริการและราคาให้เลือกมากมายเพียงชื่อ ซักพรมเหมือนๆกัน ทุกรายมักอ้างว่าระบบของตัวเองดี หากราคาไม่ใช่ปัญหา แล้วมองออกไปว่าทั่วโลกเขาซักพรมกันอย่างไร วิธีไหนดีที่สุดแล้วค่อยมาดูเรื่องราคา เป็นเรื่อง่ายมากในพ.ศ.นี้แค่คลิกเขาไปในอินเตอร์เน็ตก็รู้ได้เกือบทุกอย่าง ข้อความต่อไปนี้ส่วนหนึ่งค้นมาจากอินเตอร์เน็ตและบางส่วนได้ประสพการณ์จากการทำงานมากกว่า20ปีบางส่วนได้รับการอบรมจากผู้ผลิตน้ำยาทำความสะอาดชั้นนำของโลก The Butcher Polish, co. Boston massachusets u.s.a.จึงสรุปได้ไม่อยากเพราะทุกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่ทุกคนสามารถพิสูจน์ได้ เครื่องซักพรมที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกขณะนี้มีดังนี้
 
     
1. Rotery shampoo (ซักเปียก)
คือการเอาเครื่องขัดพื้นที่แม่บ้านใช้กันอยู่ มาใส่แปรงและติดถังใส่น้ำยา เมื่อต้องการให้น้ำยาไหล  ก็ดึงก้านบังคับน้ำยาให้ไหล
ออก สวิงซ้าย-ขวา ไปมาและใช้เครื่องดูดน้ำดูดฟองขึ้นมา ใช้พัดลมเป่ารอให้แห้ง
 
 
     
ข้อดีคือ
ใช้งานง่ายหาได้ทั่วไปราคาไม่แพงไม่ต้องเสียเวลาในการ Setup เครื่องมือ

ข้อเสียคือ
1.1 เมื่อปล่อยน้ำยาลงบนพรม หลังจากขัดไปแล้วใช้เครื่องดูดน้ำดูดฟองขึ้นมาเท่านั้น ไม่มีการ Rinse ล้างด้วยน้ำสะอาด 
รอยเปื้อน คราบสกปรกที่หลุดออกมาก็จะติดอยู่บนพรมเกิดการสะสมในพรมเมื่อแห้งรอยเปื้อนจะชัดขึ้น หากรอยเปื้อนจุดใหญ่
และฝังลึกรอยนั้นจะขยายวงใหญ่กว่าเดิมเนื่องจากแปรงพาไป
 
1.2 โดยธรรมชาติของแชมพูต้องมีฟองมาก  เมื่อไม่ล้างน้ำสะอาด (Rinse) คราบน้ำยากที่ตกค้างอยู่ก็จะเกิดเป็นสภาพเหนียวเหมือนสระผมแล้วไม่ล้างออก การเหนียวเป็นเหมือนแม่เหล็กดูดสิ่งสกปรกที่เกิดจากสัญจรจึงทำให้พรมสกปรกเร็วกว่าวิธีอื่น

1.3 เมื่ออยู่ในห้องกระจกปิดมิดชิด เมื่อเปิดทำงานวันแรกจะเกิดอาการแสบจมูก เนื่องจากสารเคมีในน้ำยาตกค้างเมื่อความชื้นระเหยออกมาบนผิวพรม คราบสกปรกที่ตกค้างอยู่จะปรากฏให้เห็นหลังจากซักได้ 2 -7 วัน เป็นวงเป็นขอบทั่วห้องก็มี จะแก้ไขเฉพาะจุดก็ทำไม่ได้ต้องซักใหม่ทั้งห้อง
 
1.4 เมื่อปล่อยน้ำยามากเครื่องดูดน้ำไม่มีประสิทธิภาพพรมบางชนิด เช่นพรมหลังแข็ง (Axminster) จะเกิดการหดตัวจนกระทั่งดึงไม้หนามที่เกี่ยวพรมหลุดจากการยึดขอบ หากปล่อยน้ำมากอีก พรมบางชนิดจะเกิดเป็นรอยย่นเป็นลอนจนต้องเรียกช่างมาดึงพรมใหม่

1.5 พรมบางชนิดเช่นพรมขนตัดปลาย (Cut Pile) แปรงที่ใช้อาจจะทำให้ขนพรมคลายตัว ขนพรมจะหลุดขณะทำการซักเป็นจำนวนมาก
2. Bonnet วิธีซักพรมแบบแห้ง
ในหลักการ คือใช้เครื่องขัดพื้นใส่แผ่นไหมพรม หรือแผ่นไมโครไฟเบอร์ โดยฉีดน้ำยา Bonnet ที่พรมและแผ่นไมโครไฟเบอร์หรือแผ่นBonnet  yarn ใช้เครื่องขัดๆไปบนผิวพรม  เปรียบเทียบวิธีนี้คือการเช็ดบนผิวพรมนั้นเอง เมื่อด้านหนึ่งสกปรก ก็ผลิกอีกด้านหนึ่งเมื่อ 2 ด้านสกปรกก็ไปซักแล้วเอามาใช้ต่อจึงเหมาะสำหรับพรมที่ไม่สกปรกมากเน้นทำบ่อยๆ หัวใจสำคัญอยู่ที่การดูดฝุ่นให้ได้มากที่สุด
     
ยังมีการ Bonnet อีกวิธีคือ (Encapsulate) สำหรับวิธีนี้พึ่งมีการใช้มาไม่ถึง 10 ปีนี้เอง ต่างกับวิธีเก่าคือใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมนอกจาก Detergent ยังผสม Polymer คือทำความสะอาดแล้วยังห่อหุ้มขนพรมไม่ให้สกปรกเร็วเมื่อ Polymer แห้งจะตกผลึกเป็นเกล็ดเล็กๆ ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดขึ้นมาหลังจากแห้ง กำลังเป็นที่นิยมมากในอเมริกา เพราะมากใช้เวลาน้อยต้นทุนต่ำ
ข้อดีคือ
แห้งเร็วใช้เวลาน้อยจึงเหมาะสำหรับสถานที่ที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลเป็นประจำเช่น โรงแรม สถานประกอบที่ต้องการให้พรมดูสะอาดสวยงามตลอดเวลา เครื่องมืออุปกรณ์ราคาไม่แพงใช้ผู้ทำการ 1 คนก็เพียงพอ

ข้อเสียคือ
จุดรอยเปื้อนที่ฝั่งอยู่จะปรากฏให้เห็น ไม่มีการล้างน้ำสะอาด (Rinse)
3. Dry Foam Shampoo
   (อาจเรียกได้ว่าDry Cleanก็ได้ในหลักการของการซักแบบนี้ต้องมีเครื่องทำแชมพูให้เป็นฟองโดยน้ำยาผสมน้ำ1-4ถึง1-           32โดยอัดลมเข้าไปในถังที่มีฝาปิด อากาศผสมน้ำยากลายเป็นฟอง โดยฟองจะมีน้ำผสมอยู่อยู่10%โดยประมาณ ใช้แปรง       ทรงกระบอกหรือทรงdiskก็ได้ขัดให้ทั่ว เครื่องบางชนิดอาจจะดูดฟองเก็บขึ้นด้วยก็ได้
   ระบบนี้จะซักลึก2-5มิลลิเมตรเท่านั้น จึ่งมีปัญหาตรงรอยเปื้อนสะสมเช่นหน้าประเข้าออก ใต้โต๊ะ บริเวณที่เช็คเอ๊าท์
   เมื่อสกปรกมากจึงต้องปล่อยฟองมากบริเวณนั้นจึงชุ่มไปด้วยฟอง
ถัดไป »
   ข้อดีคือ ใช้ง่ายแห้งเร็ว

   ข้อเสียคือ เช่นเดียวกับระบบฺฺ Bonnet chem dry, capture
ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมเจอร์แคร์
80/74  ซ.ทวีทรัพย์2  ถ.นวมินทร์  แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.10240
โทร.  081-2507815  E-mail
Copyright©2013,Majorcarebkk.com

Current Pageid = 15